วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มาตรวจสอบ Password กัน

มาตรวจสอบ Password ของคุณกันว่า Hacker จะใช้เวลานานเท่าไรในการเจาะรหัสของคุณ


มาตรวจสอบได้ที่ 
วิธีการเล่นก็ง่ายเพียงพิมพ์ อักขระลงในช่องยาวที่ว่างไว้ โปรแกรมจะประมวลเวลาออกมาให้เอง
เป็นอย่างไนกันบ้างก็บอกกันด้วยนะครับ
ส่วน Password ของผมนั้น ใช้เวลา 928 ปี ฮาๆ
ปล. นี่เป็นแอพที่สร้างมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มิได้มีการเก็บของมูล Password ของผู้ใช้แต่อย่างใด



ยาคูลท์ ยาคูลท์



สาระของยาคูลท์ที่มีอยู่จริงและคุณอาจจะไม่เคยรู้


          วันนี้สาระมีอยู่จริงมาน้ำเสนอเรื่องเกี่ยวกับยาคูลท์ ใครไม่รู้จักยาคูลท์บ้าง? ไม่มีใช่ไหมล่ะ งั้นเรามาติดตามสาระของยาคูลท์ได้เลยครับ



          ยาคูลท์ เป็นผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยว ที่คิดค้นโดย ศาสตราจารย์ชิโรตะ มิโนรุ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ใน พ.ศ. 2473 ยาคูลท์เกิดจากกระบวนการหมักของนมด้วยแบคทีเรียแลกโตบาซิลลัส (Lactobacillus casei Strain Shirota) และต่อมาใน พ.ศ. 2478 เขาได้ก่อตั้งบริษัทยาคูลท์ ในเมืองมินะโตะ จังหวัดโตเกียว ได้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยคือ บริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทย) จำกัด มีที่ตั้งอยู่ที่ ชั้น 16 อาคารยาคูลท์ เลขที่ 1025 ถนนพหลโยธิน พญาไท กรุงเทพ 10400 ด้วยระบบขายตรง (สาวยาคูลท์) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง เมื่อปี พ.ศ. 2514        

          ศาสตราจารย์ชิโรตะ มิโนรุ ได้ให้คิดแนว
ความคิดที่ว่า Shirota-ism หรือการแพทย์เพื่อการป้องกันไว้ว่า “Kenchou Chojyo” หรือ “ลำไส้ที่เข็งแรง นำพาไปสู่การมีอายุที่ยืนยาว” ซึ่งได้นำมาสู่การผลิต ยาคูลท์ขึ้น โดยมีลำดับขึ้นตอนในการทดลองเชื้อโปรไบโอติกที่จะนำใช้ในห้องแล็ปก่อนจะนำผลิตจริงดังนี้ ในขั้นแรก คือการทดลองใน synthetic gastric juice เเละ Bile salt ในสภาพที่เป็นกรดและด่างที่รุนแรงเพื่อดูว่าเชื้อนั้นจะสามารถทนได้ไหม ที่ความเข้มข้นจากน้อยไปหามาก จากนั้นจึงนำเชื้อที่คัดเลือกแล้วมาทดลองในคน โดยการรับประทาน แล้วนำอุจจาระไปตรวจเพื่อดูว่ายังมีเชื้อเหลือรอดในระบบทางเดินอาหารไหม

       
          โปรไบโอติก (Probiotic) คือ จุลินทรีย์ที่มีชีวิต ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายผู้ที่รับประทาน สามารถแยกได้จากคน สัตว์หรืออาหารหมัก มีความสามารถในการทนกรดและด่างเข้มข้นในระบบทางเดินอาหาร มีความสามารถในการยึดเกาะผนังลำไส้ สามารถยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ก่อโรคได้ และไม่ก่อให้เกิดโรคและสร้าง ซึ่งจุลินทรีย์ Lactobacillus casei Strain Shirota ของยาคูลท์ก็จัดว่าโปรไบโอติก ที่มีลักษณะเป็นท่อน สามารถสร้างกรดแลคติก ทนต่อกรดและด่างรุนแรง ซึ่งมีผลในการยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ก่อโทษ ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมและย่อยอาหารได้ดีขึ้น ป้อกันการท้องเสีย ท้องผูก ช่วยปรับสภาพอุจจาระให้ดี ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งและกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย


           ยาคูลท์ใช้วัตถุดิบในการผลิตคือ นมผงพร่องมันเนย น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลทราย และน้ำ กระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ขั้นตอน

1. การหมักนม    
             
2. การผสมนมให้ได้ยาคูลท์    

3. การผลิตขวด        
       
4. การบรรจุขวด

5. การขนส่ง         
          
6. สาวยาคูลท์





เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ พอหอมปากหอมคอ



  •      โรงงานผลิตยาคูลท์ผ่านการรับรองมาตรฐานโรงงาน (HACCP & GMP)
  •      ยาคูลท์มีอายุการเก็บตามกฎหมาย 10 วันนับจากวันที่ผลิต แต่ได้มีการทดลองเก็บ พบว่ามีอายุการเก็บนานถึง 30 วัน แต่จะเกิดการตกตะกอนของนม ลักษณะโดยทั่วไปไม่เปลี่ยนแปลง แต่รสชาติอาจไม่เหมือนเดิมและปริมาณจุลินทรีย์ที่มีจะลดจำนวนลง จึงควรที่จะรับประทานในช่วง 1 – 15 วันจะดีที่สุด
  •      ในกระบวนการผลิตยาคูลท์ไม่มีการใส่สารกันการตกตะกอน
  •      สาเหตุที่ยาคูลท์ไม่มีการผลิตขนาดอื่นนอกจาก 80 มล. เพราะว่าปริมาณจุลินทรีย์ที่มีในนมปริมาตร 80 มล.นั้นเพียงพอต่อการรับประทานในแต่ละวัน จึงไม่มีขนาดที่ใหญ่กว่านี้ แต่ถ้าจะดื่มมากกว่านั้นก็ไม่เกิดโทษแต่อย่างใด
  •      ในกระบวนการผลิตมักไม่เจอปัญหาในเรื่องการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์อื่นๆ แต่ถ้าจะมีก็จะเป็นเชื้อยีสต์
  •      ยาคูลท์ไม่ใช้นมสดในการผลิตแต่ใช้นมผงพร่องมันเนยแทน เพื่อลดขั้นตอนในการตรวจรับน้ำนมดิบและการกำจัดไขมันในนมออก
  •      ยาคูลท์ในประเทศไทยไม่มีผลิตภัณฑ์อย่างอื่น แต่ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น นั้นมีผลิตภัณฑ์อื่นจำหน่าย อย่าง ยาคูลท์ 400 ที่มีปริมาณจุลินทรีย์มากกว่าถึง 40,000พันล้านตัว โยเกิร์ต น้ำผักและผลไม้ และผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวที่หมักจากเชื้อโปรไบโอติกคือ Bifiobacteria เป็นต้น

เรื่องลับเฉพาะของยาคูลท์

ชื่อมาจากภาษา  Esperanto 




ใครๆก็รู้ว่ายาคูลท์เป็นนมเปรี้ยวสัญชาติญี่ปุ่น 1000%  
แปลกตรงที่ชื่อไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นทั้งที่ประเทศนี้ชาตินิยมจัดมาก 
YAKULT เป็นภาษา Esperanto(ภาษาประดิษฐ์ของหมอรัสเซีย)
มาจากคำว่า "Jahurto"  มีความหมายเท่ากับ "Yoghurt" 
ซึ่งแปลตรงตัวว่า "การมีอายุยืนยาววววววว"

ยาคูลท์เคยขวดแก้ว 



ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1935 
"ยาคูลท์" เคยใช้ขวดแก้วใสๆมาตลอด 
สรีระของขวดมีแรงบันดาลใจจาก " Kokeishi" ตุ๊กตาโบราณ
จนกระทั่งปี ค.ศ. 1968 ปรับเปลี่ยนมาใช้ขวดพลาสติกแบบที่เราเห็นในปัจจุปัน
เพราะ "ต้นทุนถูกกว่า"และ"น้ำหนักเบากว่า" 
ซึ่งสาวยาคูลท์สมัยก่อนนั้น มีสโลแกนว่า "อึด ถึก ควาย" แต่ในปัจุบัน 
สาวยาคูลท์ในยุคใหม่ไม่ต้องแบกขวดแก้วหนักเกินเหมือนในอดีตแล้วเพราะมีรถ

สาวยาคูลท์ Who is she?



เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อยาคูลท์ในอดีตเป็นแม่บ้าน
การมีคนส่งยาคูลท์เป็นผู้หญิงและแนะนำเรื่องสุขภาพให้ผู้หญิงด้วยกันฟัง 
จะทำให้รู้สึกสนิทใจกันมากกว่า ประหนึ่งรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงนั่งเม้าส์ม้อยส์
เพราะฉะนั้น "สาวยาคูลท์ "จึงถือกำเนิดขึ้นมาด้วยเหตุนี้ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1963 
คาดว่าเมียผู้ก่อตั้งคงนำยาคูลท์ไปเม้าส์ขายกับชมรมแม่บ้านแล้วขายดี 

ตั้งแถว – ตบมือ – สู้เพื่อแม่ !


บริษัทยาคูลท์ประเทศญี่ปุ่นมีธรรมเนียมแสนเก๋จนต้องยกนิ้วให้
เพราะพนักงานในบริษัทยาคูลท์ และ ร.ป.ภ.จะตั้งแถวตบมือทุกครั้ง 
เมื่อสาวยาคูลท์ญี่ปุ่นออกไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อเรียกขวัญกำลังใจ-สู้โว้ย

ยาคูลท์ไทย ดังระเบิดเพราะอหิวาตกโรค



คือ เมื่อปี พ.ศ. 2515 เกิดอหิวาตกโรคระบาดแถวปากน้ำ จ.สมุทรปราการ
บริษัทยาคูลท์ไทยนำยาคูลท์เพื่อเยียวยาอาการผู้ป่วย ซึ่งตอนนั้นมีที่อาการหนักอยู่ 3 คน
ซึ่งถ้าผู้ป่วยจะใช้ยาคูลท์แทนยาจะต้องหยุดดื่มยาทั้งหมด และต้องดื่มยาคูลท์ต่างน้ำ 
ปรากฏว่าสามชั่วโมงผ่านไป คนไข้ที่ดื่มยาคูลท์หยุดถ่าย 
และกลายเป็นกระแส Talk Of The town ณ.บัดนั้น

ยาคูลท์มีไซส์เดียว?


ไม่เลยเพราะ ยาคูลท์รอบโลกมีไซส์ที่แตกต่างกัน 
เช่นขวดไซส์ 100 มล. จะเห็นได้ที่ สิงค์โปร์ ไต้หวัน และจีน
แต่ที่นี่ประเทศไทย มีไซส์เดียวตลอดกาลนั่นคือ 80 มล.
และขนาดนี้ก็มีขายเฉพาะ เกาหลี มาเลเซีย และอเมริกาเท่านั้น
เพราะไซส์นี้มีจุลินทรีย์แลคโตบัลซิลัสมากกว่า 8,000 ล้านตัว
เชื่อว่าเพียงพอสำหรับการสร้างสมดุลภายในลำไส้เหมาะกับคนไทย
แต่คนไทยก็กินเอาอิ่ม เห็นได้ว่าอย่างต่ำก็สองขวดขึ้นไป

คอคอดที่ขวดบอกอะไร ?


แค่เห็นเงาก็รู้แล้วว่าเป็นยาคูลท์!!!
เพราะขวดนมเปรี้ยวยี่ห้อนี้ดีไซน์ขวดเป็นเอกลักษณ์สุด ๆ
โดยเฉพาะ"คอคอด" ซึ่งเชื่อว่าให้ถือสะดวกและลิ้มรสช้าๆ จะได้ไม่ดื่มทีเดียวหมด 

ยาคูลท์รุ่นกองทัพจุลินทรีย์

Yakult 400LT คือสูตรเด็ดสำหรับคนรักจะถ่ายคล่อง
เพราะยาคูลท์ขวดนี้ลดความหวาน ลดแคลอรีหลายเท่าตัว 
แต่เพิ่มแลคโตบัลซิลัสตระกูล  Shirota เกือบ 400,000 ล้านตัวต่อขวด!!
จากไซส์ปกติมีเพียง 6.5 พันล้านหรือให้เต็มที่ก็แค่ 3 แสนล้านตัวเท่านั้น
เป็นรุ่นสำหรับผู้ที่มีปัญหาขี้ไม่ออกบอกไม่ถูก

อุณหภูมิที่ยาคูลท์ลั้ลลา


เลือกซื้อยาคูลท์จากตู้แช่ที่เก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส 
เพราะดีกรีหนาวเยี่ยงนี้จะทำให้ได้จุลินทรีย์ลั้ลลาและพร้อมจะทำงานให้เราได้เต็มที
ยิ่งหนาวยิ่งดี เหรอ เราก็จัดให้โดยแช่ช่องแข็ง เล่นซะเป็นจุลินทรีย์ยุคน้ำแข็งเลย

เครื่องสำอางยาคูลท์ก็มี


ปี ค.ศ. 1971 ยาคูลท์นึกเปรี้ยวอยากให้ผู้หญิงญี่ปุ่นงามหมดจรดปลายเท้า
สกัดแบคทีเรียพันธุ์ดีอย่างแลคโตบัลซิลัสเป็นเครื่องสำอางครบทุก LINE
มีสาวยาคูลท์เคาะประตูขายตรงถึงหน้าบ้านจนกระทั่งขายในซาลอนอย่างเอิกเกริก
แต่หลังจากนั้นอีก 10 ปี เครื่องสำอางสายพันธุ์ยาคูลท์ต้องโบกมือลาหนังหน้าสาว ๆ 
เพราะผู้บริหารอยากจะ FOCUS เฉพาะนมเปรี้ยว ไม่อยากให้เลอะเทะไปกว่านี้

ยาคูลท์รุ่น SHEs


แม้ยาคูลท์ไทยแลนด์( หรือเกือบทั่วโลก) จะมีรสชาติสุดคลาสสิคชูโรง
ซึ่งบางครั้งสาวกยาคูทล์แอบเซ็งเพราะอยากลองจิบ&ลิ้มรสชาติใหม่ ๆ บ้าง
แต่สำหรับประเทศต้นตำรับอย่างญี่ปุ่นก็ขยันออกสูตรใหม่ให้เปิดซิงตลอด
อย่างเช่น "Yakult SHEs" เจาะกลุ่มสตรีรักสวยรักงามเป็นการเฉพาะ
เพราะนมเปรี้ยวสูตรนี้อัดแน่นด้วยแคลเซียม ,เหล็ก และที่สำคัญคือคอลาเจน


วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

BMW โชว์ระบบช่วยขับรถยนต์อัตโนมัติ

          วันนี้สาระมีอยู่จริง มานำเสนอ ระบบขับรถยนต์อัตโนมัติของ BMW ซึ่งคาดเดาได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะไม่ต้องขับรถเองแล้ว มาชมกันได้เลยครับ


          เป็นครั้งแรกที่ BMW พูดถึงระบบ ConnectedDrive Connect (CDC) อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียที เรื่องของเรื่องก็คือ บริษัทต้องการที่จะนำเสนอระบบช่วยขับอัตโนมัติซึ่งเป็นฟังค์ชั่นส่วนหนึ่งของ ระบบการทำงานแบบ ConnectedDrive Connect (CDC) ที่ตัวระบบจะทำการปักหมุดตำแหน่งของรถยนต์ และตำแหน่งของวัตถุต่างๆบนท้องถนนที่รถยนต์ได้แล่นผ่าน โดยผ่านระบบ GPS ระบบ Radar และระบบ Lidar ซึ่งจะใช้แสงเลเซอร์ในการตรวจับวัตถุต่างๆ ระบบอัลตราซาวนด์ และกล้องวีดีโอ ซึ่งเมื่อวัตถุต่างๆถูกกำหนดตำแหน่งที่ตั้งแล้ว ระบบ CDC จะทำการควบคุมระบบต่างๆของรถยนต์ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่แล้วหยุดรถ เช่น ระบบ Cruise Control ระบบคันเร่ง ระบบเบรคเพื่อที่จะให้ทำงานสอดคล้องซึ่งกันและกัน ในขณะที่ระบบขับรถอัตโนมัติกำลงัทำงานอยู่ ตัวอย่างเช่น ในขณะที่รถยนต์กำลังวิ่งตามท้องถนนแล้วพบกับรถยนต์คันข้างหน้าซึ่งวิ่งด้วยความเร็วที่ตำกว่าเกินไป ระบบเซนเซอร์จะมองหาช่องการจราจรที่รถว่างเพื่อที่จะทำการเปลี่ยนไปใช้ยังช่องการจราจรอื่นๆ ในระดับความเร็วรถยนต์ที่ไม่เกิน 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อที่จะแซงรถยนต์คันที่วิ่งด้วยความเร็วต่ำ เมื่อแซงได้แล้วระบบจำควบคุมให้พวงมาลัยเลี้ยวกับมายังช่องการจราจรเดิม ระบบช่วยขับอัตโนมัติดังที่กล่าวไว้นั้นได้รับการพัฒนาโดย Dr. Nico Kampchen ซึ่งเป็น Project Manager ฝ่านวิจัยและพัฒนาของ BMW ซึ่งทีมงานวิจัยได้ทำการทดสอบระบบที่ติดตั้งใน 5-Series ด้วยระยะทางการทดสอบมากกว่า 5,000 กิโลเมตร แต่อย่างไรก็ตาม ระบบ CDC ยังคงต้องใช้เวลาในการพัฒนาและปรับปรุงอีกหลายปีเพื่อให้มั่นใจได้ว่า จะเกิดความปลอดภัยสูงที่สุด


          ก็ได้แต่รอคอยเจ้าระบบนี้ ถ้าเอามาใส่รถเมล์นี่แจ่มเลย รถเมล์จะไม่แว๊นนรก จะไม่จอดเลยป้าย ฮาๆ แต่คนก็จะตกงานกันมากขึ้น ก็ไม่รู้้ว่าจะส่งผลดี ผลเสียมากกว่ากันอย่างไร วันนี้สาระมีอยู่จริงลาไปก่อนสวัสดีครับ













20 หนทาง สู่ความสุขได้ทุกวัน


20 หนทาง สู่ความสุขได้ทุกวัน

          วันนี้สาระมีอยู่จริงมานำเสนอ 20 วิธีที่จะพบกับความสุขง่ายๆ พูดถึงความสุขแล้ว มีใครไหมที่ไม่อยากจะมี ตอบแทนให้เลยว่าไม่มี เพราะสิ่งที่ทุกคนทำอยู่ทุกวันนี้ก็มีจุดหมายปลายทางคือความสุข ที่เราตั้งใจเรียนทุกวัน ก็เพื่อที่จะได่มีงานดีๆทำมีเงินใช้สบายซึ่งทำให้มีความสุข ในทางกลับกันไม่มีใครที่จะขยันเรียนเพื่อไปลำบากเป็นขอทาน อดมื้อกินมื้อ แต่สาระมีอยู่จริงจะมาแนะนำวิธีหาความสุขง่ายๆ โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายเลย มาชมกัน
1. ระเบิดหัวเราะดัง ๆ (วะ ฮะ ฮา ฮ่า)

           การหัวเราะบ่งบอกถึงความสุข ช่วยลดความเครียด และเพิ่มระดับฮอร์โมนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ได้ให้ผู้เข้าร่วมทดลองชาย 8 คน จาก 16 คน ดูวีดิโอที่ผู้คนได้ลงความเห็นว่ามีเนื้อหาที่สนุกสนาน ผลปรากฏว่าขณะได้ชมวีดิโอ ชายกลุ่มนี้มีระดับฮอร์โมนความเครียดลดต่ำลง ในขณะที่สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีที่ถูกหลั่งออกมาเมื่อรู้สึกสนุกสนานหรือตื่นตัว ออกมามากขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังมีปริมาณโกรทฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ชี้บ่งถึงสุขภาพและภูมิต้านทาน สูงขึ้นถึง 87 เปอร์เซ็นต์  เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ดูวีดิโอสนุกสนานเรื่องนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่า การหัวเราะและความรู้สึกสนุกสนานทำให้เรามีความสุขขึ้นได้ แต่ถ้าหัวเราะผิดที่ผิดทาง และผิดเวลาก็ไม่ได้ช่วยให้มีความสุขหรอกนะ เช่นถ้าอยู่ดีๆก็หัวเราะในขณะที่ครูด่าอยู่หน้าเสาธงตอนเช้า นอกจากเพื่อนจะมองว่าบ้าแล้ว ยังอาจโดนครูใช้ให้ไปล้วงคอห่านห้องน้ำโรงเรียนเป็นได้
         
2. นอนหลับอย่างเพียงพอ 


          ข้อนี้เป็นที่ถูกอกถูกใจของใครหลายคน แต่อย่างว่าถ้าจะนอนก็ต้องนอนในสถานที่ที่สมควรนั้นก็คือ ห้องเรียน เอ๊ย ห้องสมุด เอ๊ย สนามฟุตบอล เอ๊ย ห้องนอน ไม่รู้เป็นอะไรกันว่ากลางคืนไม่อยากนอน กลางวันไม่อยากตื่น นี่คือเสียงบ่นของพ่อแม่หลายๆคน ตอบแทนให้เลยครับว่า รายงานเยอะ การบ้านเยอะ (จริงป่าว?ฮา) ทำให้หลายคนจำเป็นต้องนอนดึกด้วยเหตุผลนี้ แต่จะให้ทำอย่างไรล่ะในเมื่อจะนอนเร็วแล้วมันนอนยังไงก็ไม่หลับ สาระมีอยู่จริงแนะนำให้ว่าควรที่จะหยิบหนังสือเรียนาอ่านสักเล่ม พอง่วงก็หรี่ไฟ เปิดเพลงคันหู ฉบับสโลวโมชั่นกล่อม (คาน หู ม่าย รู้ เปนนน อา ร๊ายยยย) รับรองว่าตอนเช้าตื่นมาไม่งัวเงียแน่นอน        


3. ฟังเพลง

          มีผลการศึกษาพบว่า เสียงดนตรีช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และยังกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกมีความสุขหรือพึงพอใจ ซึ่งสามารถถูกกระตุ้นด้วยอาหารและการมีเพศสัมพันธ์ได้เช่นเดียวกัน จากการทดลองเปิดเพลงคลอไปขณะทำการผ่าตัดตาให้กับผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง พบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอัตราการเต้นของหัวใจ และระดับความดันเลือดลดลง ซึ่งสรุปได้ว่า เสียงเพลงช่วยผ่อนคลายและทำให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนักนั่นเอง แต่การฟังเพลงก็ควรฟังในระดับเสียงที่พอเหมาะ ไม่ใช่ไปจัดลำโพงงานวัดใหญ่มาเปิดฟัง และเพลงที่ฟังก็ควรจะเป็นเพลงที่เราชอบ หรือที่ฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลาย เช่น คาน หู ม่าย รู้ เปนนน อา ร๊ายยยย (<= ไม่จบสักทีนะเพลงนี้ ><)

4. ทำสวน

ก็ทำสวนอ่ะ งง อะไร ?
          การทำงานสวนเล็ก ๆ น้อย ๆ นอกจากทำให้เราได้ออกกำลังกายและสดชื่นกับอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียด และรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ทั้งความรู้สึกที่ได้เฝ้ามองต้นไม้ที่คุณทนุถนอมปลูกมากับมือ จนมันแตกยอดออกดอกออกผลได้นั้น จะทำให้คุณรู้สึกภูมิใจไปได้อีกนานเลยทีเดียว มันก็สำหรับคนที่ชอบละ บ้างคนแค่ทำสวนยังไม่พอ ไปดำนา ไถ่นาแทนควายอีกจึงจะมีความสุข (ซาดิสจริง ฮาๆ)

5. กลิ่นอโรมาเธอราพี


          ผลการวิจัยพบว่า กลิ่นอโรมาเธอราพีต่าง ๆ สามารถช่วยผ่อนคลายความเครียดได้จริง โดยกลิ่นโรสแมรี่ ช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัว ผ่อนคลายความวิตกกังวล ช่วยให้การคิดคำนวณเร็วขึ้น ในขณะที่กลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยกระตุ้นให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย ทั้งปัจจุบันนี้เราสามารถปรุงแต่งให้ห้องอบอวลด้วยกลิ่นหอม ๆ ได้ง่ายขึ้น ทั้งจากน้ำมันหอม เทียนหอม สเปรย์ปรับอากาศ ฯลฯ  ข้อนี้ละชอบจริงๆ ดมแล้วรู้สึกมีวความสุขจริงๆ นะ แต่บางอันถ้าดมมากไปก็อาจทำให้ตาเหร่ และสมองซีกซ้ายตายได้

6. เล่นกับสัตว์เลี้ยง


          มีผลการวิจัยมากมายที่กล่าวว่า การใช้เวลากับสัตว์เลี้ยงจะช่วยลดความเครียดได้ดี โดยมีการศึกษากับคู่รัก 240 คู่ โดยครึ่งหนึ่งเป็นคู่รักที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเอง พบว่ากลุ่มที่เลี้ยงสัตว์นั้น มีระดับการเต้นของหัวใจ และความดัน ต่ำกว่ากลุ่มคู่รักที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ยังพบอีกว่า ในบางครั้งสัตว์เลี้ยงยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้ดีกว่าคู่รักด้วยซ้ำ แสดงว่าบ้านผมก็มีความสุขกันสิ เห็นเล่นเกมตบยุง เกมวิ่งหนีแมลงสาบ กันอยู่

ใครจะกล้าเล่นกับมันวะเนี่ย
7. ลิสต์รายการสิ่งที่ต้องทำ

          การลิสต์รายการสิ่งที่ต้องทำ จะทำให้คุณลำดับความสำคัญและจัดการภารกิจต่าง ๆ ไปได้อย่างราบรื่น ช่วยให้คุณมองเห็นภาพคร่าว ๆ ของสิ่งที่กำลังจะเกิด และวางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น ก็เรียกง่ายๆว่าจัดตารางอ่ะนะ สำหรับคนไม่มีอะไรทำก็ลิสต์ไปว่า หายใจละกัน ^^

8. จัดการความยุ่งเหยิงให้เรียบร้อย


          การมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใด หรือการรีแลกซ์ผ่อนคลาย คงเป็นไปได้ยาก หากโต๊ะที่ทำงานหรือที่บ้านของคุณรกระเกะระกะ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่วางสุมเอาไว้ บิลค่าใช้จ่ายหรือเอกสารต่าง ๆ ที่กระจายเต็มโต๊ะ จัดการทำความสะอาดเสียให้เรียบร้อย ด้วยการจัดเก็บสิ่งของให้เป็นหมวดหมู่ จะช่วยให้คุณมีสมาธิในขณะที่ลงมือทำ ทั้งการเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยพร้อมใช้งาน ยังทำให้มีสมาธิกับงานที่จะทำชิ้นต่อไปมากขึ้นด้วย เยี่ยม แล้วก็รกเหมือนเดิมในไม่กี่เพลาถัดมา

9. รู้จักปล่อยวาง

          ถ้างานที่คุณทำอยู่มีมากจนล้นมือ ทำให้คุณหัวปั่นและหาเวลาว่างไม่ได้ และรู้สึกเหน็ดเหนื่อยนักก็ปล่อยวางลงเสีย พักงานบางอย่าง หรือกระจายความรับผิดชอบให้คนอื่น เหลือเวลาว่างให้ตัวเองได้พักผ่อนบ้าง อย่างงานกลุ่มอย่างนี้ก็ปล่อบวางมั้ง ไม่ใช้ทำคนเดียวหมด (ล้อเล่น><)

10. หยุดการรับข่าวสาร

           เมื่อถึงวันพักผ่อนของคุณ หยุดการรับข่าวสารไม่ว่าจากทางใดทั้งสิ้น ทั้งจากการดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์ หรือเข้าไปดูข่าวต่าง ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ลองหยุดดูสักครั้ง เพื่อไม่ต้องรับรู้ความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัว ใช้วันหยุดของคุณในการพักผ่อนอยางเต็มที่ ทั้งกายและความคิด คงจะเป็นการยากมากสำหรับผมเนื่องจากแม่เปิดแต่ข่าว ไม่รู้ติดทำไมไอ้ทรูวิสชั่นเนี่ย จะดูหนังก็ว่าไม่ตามข่าวสารบ้านเมือง ><


11. หยุดความเครียดจากการติดตามหุ้น

          หากใครเป็นนักลงทุน คงรู้ดีว่าการเล่นหุ้นนั้นมีความเสี่ยง และตลาดหุ้นก็ผันผวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนที่ลงทุนในตลาดหุ้นใจหายใจคว่ำกันได้ง่าย ๆ แต่การลงทุนใด ๆ นั้นย่อมต้องใช้ระยะเวลา โอกาสได้กำไรมามีมากพอ ๆ กับการขาดทุน หากไม่ต้องการเครียดหนักจากความผันผวนในตลาดหุ้น เลิกนิสัยที่ต้องเข้าไปเช็คความเป็นไปในตลาดหุ้นบ่อย ๆ ปล่อยให้การซื้อขายทำหน้าที่ของมันไป ส่วนคุณเอนหลังนั่งพัก โดยไม่ต้องเอาตัวเข้าไปผูกติดดีกว่า

12. ไปสถานที่เงียบสงบ


          สถานที่เช่นโบสถ์ วัด พิพิธภัณฑ์ หรือห้องสมุด เป็นสถานที่ที่ดีในการหลบหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอก เมื่อไหร่ที่รู้สึกวุ่นวายใจ หรือต้องการความเงียบสงบ ก็ลองไปสถานที่เหล่านี้ดูแนะนำว่า ป่าช้าก็ดี เย็นด้วย

13. ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง


          แม้การใช้เวลาอยู่กับเพื่อนรู้ใจจะช่วยบรรเทาความรู้สึกกังวล หรือความไม่สบายใจต่าง ๆ ได้ดี แต่บางคราวคุณก็ต้องการเวลาที่จะได้อยู่กับตัวเองบ้าง หากครั้งไหนที่รู้สึกวิตกกังวลและอยากเป็นอิสระ ลองออกไปทานข้าว ดูหนัง หรือใช้เวลาที่ร้านหนังสือคนเดียวดู คุณจะได้พบกับความสงบในอีกแง่มุมหนึ่งของชีวิต ข้อนี่สำหรับคนมีแฟนนี่ถือเป็นความสุขสุดยอดเลย ฮาๆ บางทีคนเราใกล้กันมากไปมันก็อ่ะนะ


14. ทำงานอาสาสมัคร


          ยามที่คุณมีปัญหา จงคิดว่ามีคนอีกมากมายที่อยู่ในสภาพที่ลำบากและย่ำแย่กว่าคุณ ลองเป็นหนึ่งในผู้ที่ช่วยเหลือบุคคลเหล่านั้น โดยการทำงานเป็นอาสาสมัคร ซึ่งนอกจากจะได้ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นแล้ว ยังทำให้ตัวเองรู้สึกดีอีกด้วย  จากการศึกษาพบว่า การทำงานอาสาสมัครช่วยเพิ่มความรู้สึกมีความสุข ความพอใจในชีวิต ความมั่นใจในตนเอง ความรู้สึกว่าสามารถจัดการชีวิตตนเองได้ และลดความรู้สึกหดหู่หรือดูถูกตัวเองได้ด้วย มันเป็นความสุขทางใจที่ไม่รู้จะอธิบายยังไง ฉันไม่รู้เธอได้ยินฉ้านมั๊ย (<=ไปเรื่อย --)

15. จิตใจอันมีที่ยึดเหนี่ยว

          ความสุขหนึ่งสามารถเกิดได้จากใจซึ่งมีที่ยึดเหนี่ยว ในงานวิจัยหลายต่อหลายชิ้น ชี้ผลตรงกันว่า ผู้ที่มีหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ จะรู้สึกมีความสุขกว่า รับมือกับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้ดีกว่าผู้ที่มีชีวิตอยู่โดยไม่มีหลักยึดเหนี่ยวใด ๆ โดยศาสตราจารย์เดวิด ไมเออร์ส จากแผนกจิตวิทยา มหาวิทยาลัยโฮป รัฐมิชิแกน สหรัฐฯ ได้รายงานจากการวิจัยว่า ความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวพร้อมทั้งนำทางให้บุคคลผู้นั้นก้าวข้ามปัญหาต่าง ๆ ไปได้ โดยสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นศาสนา ขอเพียงแต่มีความศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็พอ

16. มีสติอยู่กับตัว

          ในขณะหนึ่งที่คุณกำลังทำสิ่งใดอยู่ จงมีสติและจิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น อย่างเวลากินอาหารเย็นกับครอบครัว ก็อย่าได้ให้สมองแว่บไปคิดถึงเรื่องงาน หรือกังวลถึงเรื่องที่ต้องสะสางในวันรุ่งขึ้น ส่วนเวลาทำงานก็ตั้งใจจดจ่อ อย่าได้เหม่อลอย เมื่อเรามีสมาธิและจิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งใด เรามักทำสิ่งนั้นได้ดี และผลที่ได้ก็จะทำให้เรามีความสุข

17. ไม่ทำหลาย ๆ สิ่งในเวลาเดียวกัน


          คนเราเมื่อทำหลาย ๆ สิ่งพร้อมกันแล้ว มักทำได้ไม่ค่อยดี อาจพลาดพลั้งทำอะไรผิดพลาดลงไปได้ง่าย ๆ ด้วยไม่รู้ว่าจะให้จิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งไหนดี เช่น หากคุณมักโทรศัพท์ไปรีดผ้าไป วางมือจากงานบ้านนั้นเสียก่อน แล้วนั่งลงคุยโทรศัพท์ดี ๆ ให้ความสนใจกับบทสนทนานั้นว่าคู่สนทนากำลังกล่าวถึงสิ่งใด ส่วนคนทำงานที่มักเขียนรายงานไปพร้อม ๆ กับเช็คอีเมล หรือท่องไปตามหน้าเว็บเพจต่าง ๆ หยุดมือจากการคลิกเมาส์ท่องโลกอินเทอร์เน็ตสักพัก แล้วหันมาจดจ่อทำงานของคุณให้เสร็จก่อน นอกจากงานจะเสร็จไวขึ้นแล้ว ยังถูกต้องแม่นยำมากขึ้นด้วย แต่ก็อยากอ่ะนะสำหรับคนดีงอย่างเราที่ แจ้งเตือน facebook วันละร้อยกว่า

18. เดินจงกรม


          การได้สงบจิตใจและสงบสติของตัวเองด้วยการเพ่งสมาธิไปที่แต่ละก้าวย่างเช่นการเดินจงกรม ย่อมดีกว่าการกินยาระงับประสาท ที่แม้จะให้ผลเหมือนกัน แต่ส่งผลต่อจิตใจแตกต่างกันอย่างลิบลับ ยาระงับประสาทช่วยหยุดอาการฟุ้งซ่าน แต่การเดินจงกรมนอกจากจะทำให้จิตใจสงบลงไม่ฟุ้งซ่านแล้ว ยังทำให้จิตใจแข็งแรง และมีวิจารณญาณ มีสติกำกับการกระทำมากขึ้นด้วย มันเป็นวิธีช่วยให้เราก้าวขั้นไปสู่วิธีที่ 2 การนอนหลับอย่างเพียงพอ

19. อธิษฐาน

          การอธิษฐานขอพรก็ช่วยให้เรามีความสุขขึ้นได้ แม้จะไม่มีสิ่งใดเป็นหลักรับประกันได้ว่า สิ่งที่เราได้วอนขอไปนั้นจะสัมฤทธิ์ผลจริงหรือไม่ แต่การรู้สึกว่ามีใครบางคนหรือเบื้องบนที่เราไม่อาจรู้ รับฟังคำอธิษฐานของเราอยู่ ก็จะช่วยให้เรารู้สึกสบายใจมากขึ้นได้

20. ให้ความสำคัญกับมิตรภาพ

          จากการสำรวจผู้คน 1,300 คน ทั้งชายและหญิงในช่วงอายุต่าง ๆ กัน มีข้อชี้บ่งว่า ผู้ที่มีมิตรสหายมาก จะระดับมีความดันเลือด ระดับน้ำตาล ระดับคอเรสเตอรอล และระดับฮอร์โมนคอติซอล หรือฮอร์โมนความเครียด ต่ำกว่าผู้ที่มีเพื่อนน้อยเพียง 1-2 คน และยังพบข้อชี้บ่งเช่นเดียวกันนี้ ในผู้ที่มีความสัมพันธ์สนิทสนมใกล้ชิดกับญาติ คนในครอบครัว และคนรัก นอกจากนี้ยังพบอีกว่า ผู้คนที่รู้สึกโดดเดี่ยว หดหู่ มีโอกาสที่จะป่วย และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร มากกว่ากลุ่มที่มีมิตรสหายรายล้อม 3-5 เท่าเลยทีเดียว รู้อย่างนี้แล้วแทบอยากจะโทรชวนเพื่อนออกมาเจอกันทันทีเลยเชียว

          เป็นอย่างไรบ้างครับ 20 วิธีที่แนะนำให้ ทางสาระมีอยู่จริงได้แนะนำวิธีพิเศษสำหรับ ท่านชายทั้งหลายนั่นก็คือ ก็คือ ก็คือ ชูววู่ (ไม่เข้าใจเราขยายความให้นั้นก็คือ fap ครับ แต่ถ้าใครไม่เข้าใจอีกก็ อย่าพยายามทำความเข้าใจเลยครับ เพราะมันยังไม่ถึงเวลา) ยังมีอีกหลายล้านวิธีที่เราจะมีความสุขได้ง่ายๆ
วันนี้ทางวาระมีอยู่จริงก็ลาไปก่อน วะ ฮาๆ โฮะๆ ฮู้ๆ ค๊อกๆ แค๊กๆ โอ๊ย คอกู


   

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

10 อันดับ "ผู้หญิงหุ่นดี" ที่สุดในโลก


10 อันดับ "ผู้หญิงหุ่นดี" ที่สุดในโลก

          วันนี้สาระมีอยู่จริงมาเอาใจหนุ่มๆและปลอบใจสาวๆทั้งหลาย ฮาๆ กับ "ผู้หญิงหุ่นดี" ที่สุดในโลก สำหรับผู้ชายดูก็ไม่แปลก สำหรับผู้หญิงก็ดูไว้เพื่อนเตือนใจว่า ผู้หญิงอย่าหยุดอ้วน เอ๊ย อย่าหยุดผอม การที่หุ่นดีแบบนี้ได้นั้น เขาแนะนำว่า ให้มีระเบียบวินัยที่จะดูแลตัวเองให้มีหุ่นสวยอยู่ตลอดเวลา ห้ามกินยาลดความอ้วน หรือหันหน้าพึ่งหมอลดหุ่น และที่ทั้ง 10 บอกก็คือ สิ่งที่ควรทำเสมอก็คือการออกกำลังกาย อย่างว่าละไอ้พูดนะมันพูดง่าย แต่ทำมันทำยาก ก็อยู่ที่ตัวท่านแล้วละ ทางสาระมีอยู่จริงก็เลยช่วยสร้างแรงผลักดันสำหรับผู้ที่ เบื่อไม่อยากลดละความอ้วนหรือผู้ที่ จะประชดแฟนด้วยการกินไม่ยั้ง ด้วยภาพพวกเธอเหล่านี้
          ทางเว็บไซต์ชื่อดังของประเทศจีนได้มีการจัด 20 อันดับผู้หญิงที่หุ่นดีที่สุดในโลก แต่เรานำมาแค่ 10 อันดับเจ๋งๆให้ดูกัน เพราะเดี๋ยวนี้อะไรๆก็ 10 อันดับ อยู่นั้นล่ะ
อันดันที่ 10. Scarlett Johansson







อันดันที่ 9. Olivia Wilde (นางเอก Tron)








อันดันที่ 8. Jessica Alba







อันดันที่ 7. Anna Faris






อันดันที่ 6. Miranda Kerr







อันดันที่ 5. Irina Shayk






อันดันที่ 4. Jennifer Shrader Lawrence








อันดันที่ 3. Minka Dumont Kelly







อันดันที่ 2. Diane Kruger





อันดันที่ 1. Lea Michele Sarfati